บันทึกการเรียนรู้ครั้งที่ 9
วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2562
เวลา 09:00 - 12:-00 น.
💙 ความรู้ที่ได้รับ 💙
วันนี้เป็นการนำเสนอตัวอย่างวิจัยของแต่ละกลุ่มซึ่งกลุ่มแรกเป็นการนำเสนอ
วิจัยเรื่องการส่งเสริมความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม เล่นกับลูกปลูกภาษา
ผู้วิจัย อารีย์ คำสังฆะ
การศึกษาระดับปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ปีที่ทำวิจัย
ตุลาคม 2554
💚วัตถุประสงค์ของการวิจัย
1.เพื่อศึกษาพัฒนาการความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม
“เล่นกับลูกปลูกภาษา”
2.เพื่อเปรียบเทียบความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรม
“เล่นกับลูกปลูกภาษา”
💚ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.เด็กแต่ละคนสามารถพัฒนาภาษาพูดและความหมายในการฟังจนสามารถใช้ในการติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้
2.เด็กจะได้เรียนรู้ภาษาที่เป็นพื้นฐาน
เช่น การเล่นเสียง การเลียนเสียง ทำให้เกิดพัฒนาการทางด้านภาษาที่ดีขึ้น
💚ขอบเขตของการศึกษาวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัย
ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่
พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กชาย
หญิง อายุ 4–5
ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล
1
ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2553
โรงเรียนสุเหล่าทรายกองดิน แขวงแสนเเสบ
สำนักงานเขตมีนบุรี
สังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 2
ห้องเรียน มีนักเรียนทั้งหมด 50
คน
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาวิจัยครั้งนี้
ได้แก่ พ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูเด็กชาย–หญิง
อายุ 4–5
ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล 1
ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา 2553
โรงเรียนสุเหล่าทรายกองดิน
แขวงแสนเเสบ
สำนักงานเขตมีนบุรี
สังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน 25
คน ที่ได้จากการสุ่มอย่างง่ายโดยจับสลากมา
1
ห้องเรียน
💚ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
ตัวแปรอิสระ
-
ชุดกิจกรรม “เล่นกับลูกปลูกภาษา”
ตัวแปรตาม
-
ความเข้าใจภาษา
💚สมมุติฐานการวิจัย
เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมด้วยชุดกิจกรรม
“เล่นกับลูกปลูกภาษา”
โดยผู้ปกครองมีความเข้าใจภาษาหลังทำกิจกกรมสูงกว่าก่อนทำกิจกรรม
💚นิยามศัพท์เฉพาะ
1. เด็กปฐมวัย
หมายถึง นักเรียนชาย–หญิง อายุระหว่าง 4-5
ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล
1
ภาคเรียนที่ 2
ปีการศึกษา
2553 โรงเรียนสุเหร่าทรายกองดิน
แขวงแสนแสบ สำนักงานเขต มีนบุรี
สังกัดกรุงเทพมหานคร
2.
ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อ แม่
ญาติพี่น้องหรือบุคคลอื่นที่อยู่ใกล้ชิดเด็กให้การอุปการะเลี้ยงดูให้ความรักเอาใจใส่ตลอดจนให้การศึกษากับเด็กซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่าง
3. ชุดกิจกรรม
“เล่นกับลูกปลูกภาษา” หมายถึง
เอกสารให้ความรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองเพื่อพัฒนาความเข้าใจทางภาษาของเด็กปฐมวัย
ซึ่งประกอบไปด้วย เอกสารความรู้สำหรับผู้ปกครอง
กิจกรรมส่งเสริมความสามารถทางภาษาและแบบบันทึกพฤติกรรม ของเด็กขณะที่ทำกิจกรรม
ทั้งนี้เด็กจะเรียนรู้ ภาษาจากการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ปกครอง ผ่านการฟังนิทาน
อ่านคำคล้องจอง ทายปริศนา เล่นเกมทางภาษาและทำกิจกรรมอื่นๆประกอบร่วมกับผู้ปกครองที่บ้าน
ซึ่งเด็กจะได้ฟังเรื่องราวจากนิทานมีการพูดคุยซักถามขณะทำกิจกรรม
ได้ลงมือวาดภาพและประดิษฐ์ของเล่นในชุดกิจกรรมต่างๆใช้ชื่อว่าชุดกิจกรรม
“เล่นกับลูกปลูกภาษา ” มีทั้งหมด 8
ชุดประกอบด้วย
ชุดที่ 1
นิทานหรรษา
ชุดที่ 2
ปริศนาฮาเฮ
ชุดที่ 3 นิ้วมือมหัศจรรย์
ชุดที่ 4
อักษรซ่อนหา
ชุดที่ 5
นิทานย้อนกลับ
ชุดที่ 6
ภาษาในครัว
ชุดที่ 7
นักสืบน้อย
ชุดที่ 8
จ๊ะเอ๋ชื่อใครเอ่ย
ซึ่งแต่ละชุดประกอบด้วย
3
ส่วนสำคัญได้แก่
ส่วนที่
1 เกร็ดเล็กความรู้ใหญ่
เป็นส่วนที่ให้ความรู้ผู้ปกครองในเรื่องพัฒนาการเด็กปฐมวัย
การส่งเสริมพัฒนาการทางภาษา
ส่วนที่
2
มาสนุกด้วยกันสิ
เป็นวิธีการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกัน ของ ผู้ปกครองกับเด็กเช่นการ
เล่านิทาน
อ่านหนังสือท่องคำคล้องจอง ทายปริศนา เล่นเกมทางภาษา เป็นต้น
ส่วนที่
3 เรื่องเล่าจากบ้าน เป็นส่วนของการพูดคุย ซักถาม
และเขียนบันทึกคำตอบหรือผล
การปฏิบัติกิจกรรม
💚เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1.ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษา
2.
แบบวัดความเข้าใจทางภาษาของเด็กปฐมวัย
3.
แบบวิเคราะห์ความเข้าใจภาษาของเด็กปฐมวัย
💚การดำเนินการวิจัย
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัย
กึ่งทดลอง ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองโดยใช้การวิจัยแบบทดลองกลุ่มเดียวและวัดผลก่อนและหลังการทดลอง
One-group pretest-posttest Design
💚การวิเคราะห์ข้อมูล
1.สถิติพื้นฐาน ได้แก่
ค่าเฉลี่ยของคะแนนความเข้าใจภาษา (X) และค่าความเบี่ยงเบน
มาตรฐาน
(S)
2.สถิติที่ใช้ทดลองสมมติฐาน ได้แก่
การเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนความเข้าใจ
ภาษาของเด็กปฐมวัย
ก่อนและหลังการใช้ชุดกิจกรรม “เล่นกับลูกปลูกภาษา”
โดยใช้สูตร
t-test
for Dependent Sample
💚สรุปผลการวิจัย
1.เด็กปฐมวัย
ที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้าใจภาษาโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม “เล่นกับลูกปลูกภาษา”มีพัฒนาการความเข้าใจภาษา
โดยรวมสูงขึ้น ร้อยละ 53.72
ของความสามารถพื้นฐานเดิม
2.เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมส่งเสริมความเข้าใจภาษาโดยผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรม
“เล่นกับลูกปลูกภาษา”มีความเข้าใจทางภาษาโดยรวมและจำแนกรายด้าน
คือ
การใช้คำอย่างมีจุดมุ่งหมายและการใช้ประโยคเพื่อสื่อความหมายสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
0.1
💚ข้อเสนอแนะ
ข้อเสนอแนะทั่วไป
1.การให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมด้วยการหาความรู้จากชุดกิจกรรม
ทำกิจกรรมร่วมกับเด็ก
สังเกตการเรียนรู้
และบันทึกพฤติกรรมของเด็กเป็นการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กการเข้ามามีสวนร่วมของผู้ปกครองยัง
สามารถทำได้อีกหลายวิธีขึ้นอยู่กับสถานศึกษานั้นๆ
2.ครูที่สนใจใช้ชุดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเด็กควรตั้งวัตถุประสงค์ให้ครอบคลุมและไม่ควรให้ชุด
กิจกรรมทุกวันในหนึ่งสัปดาห์ควรใช้ชุดกิจกรรมเพียง
1-2
ครั้งตามความพร้อมของผู้ปกครอง
3.ควรมีการบันทึกการส่งคืนชุดกิจกรรมของผู้ปกครองและเด็กเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประเมิน
พัฒนาการตามสภาพจริง
4.ชุดกิจกรรมควรมีความสอดคล้องกับเนื้อหาในการเรียนการสอนในสัปดาห์นั้นๆ
เพื่อเป็นการทบทวน
ประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กและช่วยให้ผู้ปกครองเกิดความเข้าใจในกระบวนการและวิธีการจัดการ
เรียนการสอนของโรงเรียนมากขึ้น
5.การสื่อสารกับผู้ปกครองควรใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายและสามารถปฏิบัติกิจกรรมได้บรรลุตามวัตถุประสงค์
เพราะเมื่อผู้ปกครองเข้าใจและมีความมั่นใจจะสามารถปฏิบัติกิจกรรมร่วมกับเด็กได้เป็นอย่างดี
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1.ศึกษาความเข้าใจทางภาษาของเด็กปฐมวัยในบริบทสังคมที่เด็กต้องเรียนรู้สองภาษา
2.ศึกษาผลของการใช้ชุดกิจกรรมโดยผู้ปกครองที่ส่งเสริมความสามารถในด้านอื่นๆ
ของเด็ก เช่น ความสามารถด้านมิติสัมพันธ์ ดนตรี เป็นต้น
👉 คู่มือการใช้ชุดกิจกรรมเล่นกับลูกปลูกภาษา
กลุ่มถัดมานำเสนอตัวอย่าง
วิจัย เรื่องการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม "สนุกกับลูก"
วิจัย เรื่องการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม "สนุกกับลูก"
การศึกษา
:
ระดับมหาบัณฑิต
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
ปีที่ทำวิจัย
:
สิงหาคม2556
ผู้วิจัย
:
บุษยมาศ
ผึ้งหลวง
💛ความสำคัญและความเป็นมาของปัญหาการวิจัย
ประเด็นที่ 1
เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยให้เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญาด้าน
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
ประเด็นที่ 2
เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยรวม
ประเด็นที่ 3
เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยรวม
ประเด็นที่ 4 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและโรงเรียน
ประเด็นที่ 5
เพื่อให้ผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัย
ต่อไป
💛วัตถุประสงค์ของการวิจัย
การศึกษาครั้งนี้
มุ่งที่จะศึกษาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
ก่อนและหลังการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม“
สนุกกับลูกรัก” โดยกำหนตุจุดมุ่งหมายเฉพาะ ดังนี้
1.
เพื่อศึกษาระดับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยเมื่อได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม
“ สนุกกับลูกรัก "
2.
เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงของทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยรวมและจำแนกรายทักษะก่อนและหลังการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม
“ สนุกกับลูกรัก”
3.
เพื่อเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยรวมและจำแนกรายทักษะก่อนและหลังการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม
" สนุกกับลูกรัก"
💛ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.
เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและโรงเรียน
2.
เพื่อพัฒนาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัยให้เกิดการพัฒนาทางสติปัญญา
ด้านทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
โดยใช้ชุดกิจกรรมและเป็นแนวทางสำหรับครู
3.
เพื่อเป็นแนวทางของการให้ความรู้กับผู้ปกครอง
เพื่อให้ผู้ปกครองตระหนักถึงบทบาทของตนเองในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยต่อไป
💛ขอบเขตของการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือเด็กปฐมวัยชาย-หญิงอายุ
4-5 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555
ของโรงเรียนวัดฝั่งแดด (บุญสืบวิชชนูปถัมภ์)
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยาเขต 1
ซึ่งทางโรงเรียนวัดฝั่งแดด (บุญสืบวิชชนูปถัมภ์) ได้จัดการศึกษาระดับปฐมวัย
แบ่งออกเป็น 2 ชั้นเรียนคือ ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 และชั้นอนุบาลปีที่ 2
แต่ละระดับชั้นเรียนมี 1 ห้องเรียน
ดังนั้นการศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง 1 ห้องเรียนจำนวน 20
คน และผู้ปกครองของกลุ่มที่ศึกษาดังกล่าว
💛ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย
1.
ตัวแปรอิสระ
คือ ชุดกิจกรรม “สนุกกับลูกรัก”
2. ตัวแปรตาม คือ
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
2.1 ด้านการจัดหมวดหมู่
2.2 ด้านการเปรียบเทียบ
2.3 ด้านการรู้ค่าจำนวน
1-10
2.4 ด้านการเรียงลำดับ
💛นิยามศัพท์เฉพาะ
1.
เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กชาย-หญิง อายุระหว่าง 4-5 ปี ชั้นอนุบาลปีที่ 1
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ของโรงเรียนวัดผึ่งแดด (บุญสืบวิชชนูปถัมภ์)
สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 1
2.
ผู้ปกครอง หมายถึง พ่อ แม่ ญาติพี่น้อง
บุคคลอื่นที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็กหรือผู้ให้อุปการะเลี้ยงดู อบรม เอาใจใส่
ให้ความรัก ตลอดจนให้การศึกษากับเด็ก ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่าง
3.
ชุดกิจกรรมสนุกกับลูกรัก หมายถึง
เอกสารให้ความรู้แก่ผู้ปกครองและกิจกรรมที่ผู้ปกครองปฏิบัติร่วมกับเด็ก
เพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
พร้อมทั้งบันทึกผลการทำกิจกรรมและการตอบคำตอบของเด็ก โดยใช้ชื่อว่า ชุดกิจกรรม
“สนุกกับลูกรัก” มีทั้งหมด 8 ชุด ประกอบด้วย
ชุดที่ 1 คณิตศาสตร์กับสิ่งต่างๆรอบตัว
ชุดที่ 2 คณิตศาสตร์กับสิ่งแวดล้อมรอบตัว
ชุดที่ 3 คณิตศาสตร์กับธรรมชาติรอบตัว
ชุดที่ 4 คณิตศาสตร์กับของใช้ใกล้มือ
ชุดที่ 5 คณิตศาสตร์กับเครื่องแต่งกาย
ชุดที่ 6 คณิตศาสตร์กับเงินทองของมีค่า
ชุดที่ 7 คณิตศาสตร์กับของเหลือใช้
ชุดที่ 8 คณิตศาสตร์กับเกม
แต่ละกิจกรรมประกอบด้วยสาระ 3 ส่วนคือ
ส่วนที่ 1 สาระน่ารู้
เป็นส่วนที่ให้ผู้ปกครองเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็ก
และการส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
ส่วนที่ 2 กิจกรรมคุณหนู
เป็นวิธีการดำเนินกิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้ปกครองกับเด็กเพื่อส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ผ่านสิ่งของใกล้ตัว
เช่น ของเล่น เครื่องแต่งกาย ต้นไม้ ดอกไม้ เป็นต้น
ส่วนที่ 3 บันทึกผู้ปกครอง
เป็นส่วนของการพูดคุยซักถามและการจดบันทึกผลการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกันระหว่างผู้ปกครองกับเด็ก
ซึ่งเป็นข้อมูลย้อนกลับมาส่งผู้วิจัย
4.
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ หมายถึง
ความสามารถเบื้องต้นที่เป็นพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ เช่น การนับ การจัดหมวดหมู่
การเปรียบเทียบ การรู้ค่าจำนวน 1-10 การเรียงลำดับ การวัด รูปทรงและเนื้อที่
เป็นต้น โดยผู้วิจัยมุ่งที่จะศึกษาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ 4 ด้าน คือ
การจัดหมวดหมู่ การเปรียบเทียบ การรู้ค่าจำนวน 1-10และการเรียงลำดับ
โดยใช้แบบทดสอบเชิงปฏิบัติที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น
วัดทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย ดังนี้
4.1 การจัดหมวดหมู่ หมายถึง
ความสามารถในการจัดกลุ่มของวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆตามคุณลักษณะ ด้านรูปทรง ปริมาณ สี
ขนาด จำนวน
4.2 การเปรียบเทียบ หมายถึง
ความสามารถในการสังเกต เปรียบเทียบ ความเหมือน ความแตกต่างของวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ
ตามคุณลักษณะ ด้านรูปทรง ปริมาณ สี ขนาด จำนวน
4.3 การรู้ค่าจำนวน 1-10 หมายถึง
ความสามารถในการนับ แสดงค่าของจำนวน และสามารถระบุค่าของจำนวนเป็นสัญลักษณ์ตัวเลข
1-10 ได้
4.4 การเรียงลำดับ หมายถึง
ความสามารถในการสังเกตและเรียงลำดับของวัสดุ อุปกรณ์ต่างๆ ตามคุณลักษณะ ด้านรูปทรง
ปริมาณ จำนวน ขนาด ความสูง ความยาว มากไปน้อย หรือน้อยไปมาก
💛สมมติฐานในการวิจัย
หลังจากการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม
“สนุกกับลูกรัก” เด็กปฐมวัยมีการพัฒนาทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์และจำแนกรายทักษะสูงขึ้น
💛วิธีดำเนินการวิจัย
กลุ่มตัวอย่างครั้งนี้คือเด็กปฐมวัยชาย-หญิงอายุ 4-5 ปีที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2555 ของโรงเรียนวัดผึ่งแดด(บุญสืบวิชชนูปถัมภ์)ได้จัดการศึกษาระดับปฐมวัยแบ่งออกเป็น 2 ชั้นเรียนคือระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1 และชั้นอนุบาลปีที่ 2 แต่ละระดับชั้นเรียนมี 1 ห้องเรียนดังนั้นการศึกษาวิจัยครั้งนี้จึงเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง 1 ห้องเรียนจำนวน 20 คนและผู้ปกครองของกลุ่มที่ศึกษาดังกล่าวเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
💛เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. ชุดกิจกรรมสนุกกับลูกรัก จำนวน 8 ชุด
2. แบบทดสอบเชิงปฏิบัติทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
💛วิธีการดำเนินการวิจัย
ในการวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอน
ดังนี้
1.
ขอบเขตของการวิจัย
2.
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
3.
การสร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
4.
แบบแผนการทดลองและวิธีการดำเนินการทดลอง
5.
การเก็บรวบรวมข้อมูล
6.
การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์เคราะห์ข้อมูล
💛สรุปผลการวิจัย
เด็กปฐมวัยที่ได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม“
สนุกกับลูกรัก” มีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ดังนี้
1.
ระดับทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลังการได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม“สนุกกับลูกรัก”
โดยรวมอยู่ในระดับดีมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 17. 45
เมื่อพิจารณาจำแนกรายทักษะพบว่าทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยด้านการเรียงลำดับการเปรียบเทียบการรู้ค่าจำนวน
1-10 และการจัดหมวดหมู่อยู่ในระดับดีโดยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4. 65, 4. 30, 4. 30
และ 4. 20 ตามลำดับ
2.
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลังการได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม“สนุกกับลูกรัก”
มีทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยรวมและจำแนกรายทักษะประกอบด้วยการจัดหมวดหมู่การเรียงลำดับการรู้ค่าจำนวน
1 – 10 และการเรียงลำดับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ. 01
โดยก่อนการทดลองมีค่าเฉลี่ยเป็น 12. 90 คะแนนหลังการทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยเป็น 30.
35 คะแนนมีค่าผลต่างคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 17. 45 คะแนน
3.
ทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยหลังการได้รับการส่งเสริมทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยโดยผู้ปกครองผ่านชุดกิจกรรม“
สนุกกับลูกรัก”
เมื่อพิจารณาโดยใช้แผนภูมิรูปภาพแล้วพบว่าเด็กปฐมวัยทุกคนมีพัฒนาการทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์โดยรวมและจำแนกรายทักษะสูงขึ้นกว่าก่อนการทดลอง
💛ข้อเสนอแนะทั่วไป
1.ชุดกิจกรรม “สนุกกับลูก”
ส่วน1ที่ให้ความรู้ผู้ปกครองเกี่ยวกับพัฒนาการของเด็กปฐมวัยเกี่ยวกับการส่งเสริมทักษะทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัย
ส่วนที่ 2 “กิจกรรมคุณหนู” เป็นวิธีการปฏิบัติกิจกรรมร่วมกันกับผู้ปกครองกับเด็กเสริมทักษะในเรื่องใกล้ตัว
เช่น เครื่องแต่งกาย ของเล่น เป็นต้น ส่วนที่ 3“บันทึกผู้ปกครอง”
เป็นส่วนของการพูดคุย และบันทึกผลการทำกิจกรรมร่วมกัน ระหว่างผู้ปกคองและเด็ก
2. การมีส่วนร่วมส่งเสริมพัฒนาการของเด็กปฐมวัยของผู้ปกครอง
หากมีแนวทางอื่นๆให้ผู้ปกครองได้เข้ามามีส่วนร่วม เช่น การประชุมผู้ปกครอง
กิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน เป็นต้น
ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป
1.ควรมีการศึกษาผลของการใช้ชุดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครอง
2.ควรมีการศึกษาเปรียบเทียบทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์ของเด็กปฐมวัยที่ผู้ปกครองใช้ชุดกิจกรรมการให้ความรู้ผู้ปกครองคนใดคนหนึ่ง
3.ศึกษาผลของการใช้ชุดกิจกรรมที่ส่งเสริมความสามารถในด้านอื่นๆ
👸 การประเมิน 👸
💎 การประเมินตนเอง 💎
o เข้าเรียนตรงต่อเวลา
o ให้ความร่วมมือในชั้นเรียน
o มีความกล้าแสดงออกในการนำเสนองาน
💎 การประเมินเพื่อน 💎
o แต่งกายเรียบร้อย
o มีการบรรยายตัวอย่างวิจัยได้เข้าใจ
o ระหว่างการทำงาน มีการช่วยกันระดมความคิด
💎 การประเมินผู้สอน 💎
o มีการอธิบายสามารถทำให้เข้าใจมากขึ้น
o มีการอธิบายเพิ่มเติมในเนื้อหาตัวอย่างวิจัยทำให้เข้าใจเพื่มมากขึ้น
o มีการอธิบายเพิ่มเติมในเนื้อหาตัวอย่างวิจัยทำให้เข้าใจเพื่มมากขึ้น

























ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น